ขอแสดงความยินดีเรื่อง สด.43

สมาคมสตรีข้ามเพศแห่งประเทศไทย

ขอแสดงความยินดีกับ

เครือข่ายความหลากหลายทางเพศ และ กลุ่มเพื่อนกะเทยไทย

 

จากกรณีตัวอย่างที่ศาลเพิกถอนใบสำคัญ สด.43 จาก "โรคจิตถาวร"

เป็น

"ภาวะเพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำเนิด"

 

อันยังประโยชน์แก่ผู้หญิงข้ามเพศ(ผู้ป่วยทางจิตเวชซึ่งมิใช่โรคจิตถาวร)ด้วยเช่นกัน

 

สมาคมสตรีข้ามเพศฯ จึงขอขอบคุณและสดุดีการทำงานนี้ ด้วยความนับถืออย่างจริงใจ

 

ศาลปกครองกลางพิพากษาเพิกถอนใบตรวจเลือกทหารกองเกิน สด.43, สด.5, และ สด.9 ของสาวประเภท

โดยคดีนี้มีนายสามารถ มีเจริญ หรือน้องน้ำหวาน เป็นผู้ฟ้องคดี โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกับพวกเป็นผู้ถูกฟ้องคดี ซึ่งศาลปกครองกลางได้พิพากษาเพิกถอนใบรับรองผลการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ พ.ศ.2548 (แบบ สด.43), ใบสำคัญสำหรับคนจำพวกที่ 4 (แบบ สด.5), และใบสำคัญ (แบบ สด.9) ของนายสามารถกับพวก เฉพาะในส่วนที่ระบุข้อความว่า "เป็นโรคจิตถาวร" และให้กระทรวงกลาโหมดำเนินการให้มีการระบุข้อความใหม่ให้ถูกต้องตามข้อเท็จจริงที่บ่งบอกถึงลักษณะของนายสามารถกับพวก

หลังเสร็จสิ้นการอ่านคำพิพากษา ตัวแทนเครือข่ายความหลากหลายทางเพศ ได้กล่าวขอบคุณศาลปกครองกลางที่มีคำพิพากษาบนพื้นฐานศักดิ์ศรี และความเสมอภาคความเป็นมนุษย์ รวมถึงชื่นชมกระทรวงกลาโหม ซึ่งตั้งใจจริงในการแก้ไขปัญหา จนนำไปสู่การแก้ไขกฎกระทรวงกลาโหม จากคำว่า "เป็นโรคจิตถาวร" เป็น "ภาวะเพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำเนิด" แต่ทั้งนี้ทางเครือข่ายจะตั้งศูนย์เฝ้าระวังเพื่อตรวจสอบการเกณฑ์ทหารในปีต่อๆ ไป

ขณะที่พันเอกชาติชาย แจ้งสี ผู้อำนวยการกองการสัสดี หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน เปิดเผยว่า จะนำคำพิพากษาไปหารือกับเจ้าหน้าที่เพื่อกำหนดวิธีการ และรูปแบบในการเพิกถอนใบ สด.43, สด.5, และ สด.9 ว่าจะใช้วิธีการใด จะให้นำใบเดิมมาแก้ไขข้อความ หรือจะให้นำใบเดิมมาคืนแล้วออกใบใหม่ให้ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องทางเทคนิคที่ต้องพิจารณาให้รอบคอบ เนื่องจากเป็นห่วงว่าหากมีคนมาสวมรอยได้ และแม้ว่าคำพิพากษาของศาลจะมีผลบังคับเฉพาะนายสามารถกับพวก แต่เจตนาของกระทรวงกลาโหมก็ต้องการเปิดกว้างที่จะช่วยเหลือแก้ไขเอกสารให้แก่สาวประเภทสองคนอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบด้วย

ส่วนที่ว่าจะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดหรือไม่นั้น จะต้องขอหารือกับผู้บังคับบัญชาก่อน แต่จริงๆ กระทรวงกลาโหมก็ไม่ติดใจในคำสั่งศาล และไม่ขัดข้องที่จะดำเนินการให้ ขณะเดียวกันขณะนี้กระทรวงกลาโหมก็ได้ดำเนินการแก้ไขกฎกระทรวง เพื่อปรับข้อความให้เป็นไปตามหลักการแพทย์แล้ว โดยอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งจะเร่งดำเนินการแก้ไขกฎกระทรวงนี้ให้เสร็จทันการเกณฑ์ทหารปีหน้า(2555)

 

ที่มา http://www.krobkruakao.com/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7/44396/%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%96%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%9A-%E0%B8%AA%E0%B8%94-43-%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%97-2.html