หนังสือยื่น ช่อง9 อสมท. กรณี คนค้นฅน โดนแบน!!!
เลขที่46 ชั้น2 อาคารจิวเวลรี่แชนแนล
ถ.พัฒนาการ20 สวนหลวงกรุงเทพฯ10250
โทรศัพท์02-717-5800, 089-488-2958
3 มีนาคม 2554
เรื่อง ขอให้สถานีฯ ทบทวนการออกอากาศรายการคนค้นฅน ตอน “หลายชีวิต เรียลลิตี้ ผ่าตัดแปลงเพศ”ในรูปแบบเนื้อหาเดิม
เรียน คุณพรชัย ปิยะเกศิน ผอ.ฝ่ายรายการ สำนักโทรทัศน์ บริษัท อสมท. จำกัด มหาชน
แนบ - ใบรับรองการจดทะเบียนสมาคมสตรีข้ามเพศแห่งประเทศไทย
- ข้อบังคับแพทยสภาว่าด้วยเรื่อง เกณฑ์การรักษาเพื่อแปลงเพศ พ.ศ. 2552
สมาคมสตรีข้ามเพศแห่งประเทศไทย มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้หญิงข้ามเพศและสร้างความเข้าใจในองค์ความรู้ทางการแพทย์เกี่ยวกับผู้หญิงข้ามเพศแก่บุคคลทั่วไปและสังคม โดยโครงการ Sister’s Hand แปลงเพศฟรี พี่ช่วยน้อง เป็นโครงการที่กระทำตามกระบวนการทางการแพทย์อย่างถูกต้อง อ้างอิงจาก“ข้อบังคับแพทยสภาว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม เรื่อง เกณฑ์การรักษาเพื่อแปลงเพศ พ.ศ. 2552” ทั้งแพทยสภา กระทรวงสาธารณสุข และราชวิทยาลัยจิตแพทย์แห่งประเทศไทย ต่างก็ทราบเรื่องตั้งแต่เริ่มต้นโครงการฯ และเห็นด้วยว่าเป็นการดีที่จะให้ข้อมูลทางการแพทย์ในการรักษาด้วยการแปลงเพศแก่สังคม ซึ่งการนำเสนอจะเป็นเช่นเดียวกันกับที่สื่อนำเสนอว่า รักษาโรคมะเร็งอย่างไร รักษาโรคปากแหว่งเพดานโหว่อย่างไร ผู้ป่วยเด็กดักแด้เป็นอย่างไร เป็นต้น
องค์ความรู้เกี่ยวกับการรักษาอาการป่วยของโรคหนึ่งที่แพทย์ได้ชี้ชัดแล้ว เป็นเรื่องที่จะพัฒนาปัญญาของสังคมไปแนวทิศทางที่ดีขึ้น การที่สังคมจะได้รับรู้ว่า บุคคลผู้ใดที่ควรหรือไม่ควรผ่าตัดแปลงเพศอย่างไร ใครที่เหมาะสมที่จะผ่าตัดแปลงเพศ บุคคลที่มีข้อบ่งชี้ว่าควรเข้ารับการรักษาด้วยการแปลงเพศเป็นคนประเภทไหน พวกเขามีความทุกข์ทรมานในสัญชาตญาณที่ขัดแย้งกับเพศร่างกายของตนเองอย่างไร ทำไมพวกเขาถึงต้องแปลงเพศ ขั้นตอนการแปลงเพศเป็นอย่างไร ชีวิตก่อนและหลังแปลงเพศเป็นอย่างไร พวกเขาจะมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างไร คำถามต่างๆ เหล่านี้เป็นเรื่องที่สำคัญ และควรที่จะมีคำตอบแก่สังคม ซึ่งข้อเท็จจริงดังกล่าวจะถูกนำเสนอผ่านทางรายการคนค้นฅน รายละเอียดของรายการจะทำให้สังคมกระจ่างและคลายกังวลจากคำถามที่ยังไม่ได้รับคำตอบ โดยการอธิบายให้เข้าใจได้ง่ายผ่านเนื้อหาของรายการนั่นเอง ซึ่งไม่มีเนื้อหาใดๆ ที่ล่อแหลม ไม่มีเนื้อหาชี้นำเชิญชวน หรือไม่มีเนื้อหาที่จะก่อให้เกิดกระแสแปลงเพศตามข่าว หากแต่จะเป็นประโยชน์กับสังคมอย่างมากที่สุด เพราะปัจจุบันนี้เราปฏิเสธไม่ได้ว่ามีบุคคลกลุ่มที่มีความต้องการผ่าตัดแปลงเพศอยู่จริง แต่พวกเขาหาทางออกให้กับชีวิตไม่ได้ ไม่รู้จะช่วยเหลือตัวเองอย่างไร บางคนฆ่าตัวตาย บางคนหาทางออกที่ไม่เหมาะสมให้แก่ตนเอง บางคนอายุมากแล้วแต่ก็ยังไม่สามารถหาทางออกและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับตนเองได้ ด้านพ่อแม่ผู้ปกครองก็ไม่รู้จะช่วยเหลือลูกของตนอย่างไร เพราะไม่มีข้อมูล ข้อเท็จจริง และองค์ความรู้ในเรื่องดังกล่าว การให้พื้นที่ของสื่อในการให้ความรู้ จะเป็นประโยชน์ต่อทั้งผู้ประสบปัญหาเองและสังคมด้วยเช่นกัน เพราะชีวิตหนึ่งๆ ของมนุษย์ เราไม่อาจคาดเดาได้เลยว่า คนใกล้ตัวของเราจะประสบปัญหาอันนี้หรือไม่ แล้วเราจะช่วยเหลือเขาได้อย่างไร การให้พื้นที่สื่อ การให้พื้นที่ให้พวกเขาได้ยืน การช่วยเหลือในการลดอคติ จะเป็นประโยชน์ต่อพวกเขามาก ทั้งต่อตนเองและการอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างปกติในสังคม เพราะพวกเขาก็มีหัวใจของความเป็นคนไม่แตกต่างคนอื่นๆ
จากกระแสสังคมที่ยังตั้งอยู่บนมาตรฐานของความไม่เข้าใจ ความไม่รู้ข้อมูลอย่างแท้จริง
ก่อให้เกิดอวิชชาและอาจลุกลามใหญ่โตไปจนถึงขั้นอคติ เพราะการรับรู้รับข้อมูลแบบหยาบๆ ก็จะทำให้เกิดกระบวนการคิดแบบหยาบๆ สังคมก็จะกลายเป็นสังคมหยาบๆ ซึ่งเราจะเห็นประจักษ์ชัดได้ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ผ่านสื่อหรือโพลในรูปแบบใดๆ จากบุคคลระดับไหนก็ตาม การพิจารณาจากตัวชี้วัดดังกล่าวคงไม่ใช่เงื่อนไขที่เหมาะสมนัก หากแต่ตัวชี้วัดจากบุคคลที่เข้าไปได้ยิน ได้ฟัง ได้สัมผัสรับรู้ข้อมูลจริง ซึ่งในที่นี้หมายถึงการแสดงความเห็นของผู้ที่ได้รับชมรายการคนค้นฅนผ่านทางยูทูป นั่นจะเป็นตัวชี้วัดที่แท้จริงว่า รายการสามารถถ่ายทอดและนำเสนอองค์ความรู้ทางด้านการแพทย์เรื่องการรักษาด้วยการผ่าตัดแปลงเพศโดยผ่านชีวิตของคนๆ หนึ่งได้ดีอย่างไร รายการในตอนดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างไร เพราะสื่อไม่ใช่ผู้ตามสังคม แต่สื่อจะเป็นผู้ที่ชี้นำสังคมไปในทิศทางที่ถูกต้อง ดังจะเห็นจากบางความคิดเห็นที่ระบุว่า มีความเข้าใจเพิ่มมากขึ้น
อย่างไรก็ดี แม้วานนี้ (2/3/54) แพทย์จะออกมาระบุชัดเจนว่า Gender Identity Disorder
หรือ (GID) เป็นอาการของบุคคลที่มีอัตลักษณ์ผิดเพศ และ GID ก็สามารถแบ่งแยกได้อีก 2กลุ่มใหญ่คือ 1.Transsexualism หรือผู้ที่ป่วยด้วยโรคเพศสลับและเหมาะสมที่จะได้รับการรักษาด้วยการแปลงเพศ กับ 2.Transvestism หรือกลุ่มคนลักเพศ ซึ่งไม่ต้องการผ่าตัดแปลงเพศ แต่สังคมบางส่วนก็มิอาจเข้าใจได้เพราะเห็นภาพที่ไม่ชัดเจน ก่อให้เกิดกระแสความกังวลว่าบุคคลที่ไม่เหมาะสมที่จะเข้าถึงการรักษาด้วยการแปลงเพศจะหันมาแปลงเพศนั้น สมาคมสตรีข้ามเพศมีความเห็นพ้องและเป็นห่วงด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมเช่นกัน แม้จะมีคำค้านอยู่ในใจว่าไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะการผ่าตัดแปลงเพศเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ มันคือการเปลี่ยนชีวิต คงไม่มีผู้ใดคิดอุตริไปทำแบบนั้นหากไม่ทุกข์ทรมานและป่วยด้วยอาการของโรคเพศสลับ Transsexualism จริงๆ อีกทั้งสมาคมฯ และแพทย์ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดในกระบวนการรักษาด้วยการผ่าตัดแปลงเพศไม่มีความกังวลในกรณีนี้ เพราะขั้นตอนและกระบวนการเข้าถึงการรักษาด้วยการแปลงเพศนั้นยุ่งยากซับซ้อนหลายขั้นตอนมากตามข้อบังคับฯ ที่ออกโดยแพทยสภา กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งขั้นตอนและกระบวนการดังกล่าวจะถูกนำเสนอในรายการคนค้นฅนด้วยเช่นกัน หรือหากต้องการให้เกิดความชัดเจนขึ้นอีก สมาคมสตรีข้ามเพศฯ แนะนำว่าให้ทีมงานรายการคนค้นฅนเพิ่มเนื้อหาเกี่ยวกับ GID ทั้ง 2 ประเภท โดยเป็นคำอธิบายจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หรือสัมภาษณ์ผู้ที่ไม่ต้องการผ่าตัดแปลงเพศ(Transvestism)เพิ่มเติมในลักษณะถ่วงน้ำหนัก
อีกเรื่องหนึ่งคือความกังวลในเรื่องการตกเป็นเครื่องมือของการทำการตลาดเชิงพาณิชย์ของสถาบันแพทย์ สมาคมสตรีข้ามเพศฯ ขอเรียนชี้แจงว่า สมาคมสตรีข้ามเพศเป็นสมาคมที่ไม่มีรายได้และไม่แสวงหารายได้ แต่สมาคมฯ เป็นผู้เลือกให้สถาบันปรีชา เอสเทติกส์ อินสธิทิวว์(PAI) เป็นสถาบันแพทย์ผู้สนับสนุนโครงการฯ เนื่องจากเป็นสถาบันเก่าแก่ของท่านอาจารย์นพ.ปรีชา เตียวตรานนท์ นายแพทย์ท่านแรกที่นำเอาการผ่าตัดแปลงเพศเข้ามาในเมืองไทย ซึ่งเป็นสถาบันที่มีกระบวนการการรักษาด้วยการแปลงเพศที่มีมาตรฐาน อีกทั้งสมาคมฯ ไม่มีความเคลือบแคลงสงสัยต่อการทำการตลาดการผ่าตัดแปลงเพศเชิงพาณิชย์แต่อย่างใด เพราะหากไม่มีโครงการฯ แปลงเพศฟรีนี้ ผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงการรักษาด้วยการแปลงเพศได้ด้วยขาดแคลนทุนทรัพย์ ก็ไม่สามารถเข้าถึงได้อยู่ดี
สมาคมสตรีข้ามเพศฯ เชื่อมั่นว่า สถานีโทรทัศน์ช่อง9 โมเดิร์นไนน์ เป็นสื่อเพื่อจุดมุ่งหมายให้สังคมอุดมไปด้วยปัญญามาตลอด และต้องการเห็นสังคมพัฒนาไปในแนวทางที่ดีขึ้น จะไม่ละเลยที่จะนำเสนอเรื่องราวที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม และในขณะเดียวกันก็จะไม่พิพากษาระดับการรับรู้และเข้าถึงสื่อของคนในสังคม ซึ่งจุดมุ่งหมายอันนี้ก็เป็นเช่นเดียวกันกับเจตนารมณ์ของราชวิทยาลัยจิตแพทย์, แพทยสภา กระทรวงสาธารณสุข และสมาคมสตรีข้ามเพศแห่งประเทศไทยเช่นกัน อีกทั้งสมาคมสตรีข้ามเพศฯ มีความเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า ทีมงานผู้ผลิตรายการคนค้นฅนเป็นบุคคลคุณภาพที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมสูงมาก ดังปรากฏชัดจากรางวัลประกาศเกียรติคุณที่รายการเคยได้รับ ดังนั้นตามที่ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 9โมเดิร์นไนน์ ระงับการออกอากาศรายการคนค้นฅน ตอน “หลายชีวิต เรียลลิตี้ ผ่าตัดแปลงเพศ” เมื่อคืนวันที่ 1 มีนาคม 2554 ที่ผ่านมานั้น สมาคมสตรีข้ามเพศแห่งประเทศไทยใคร่ขอความอนุเคราะห์จากทางสถานี ช่วยพิจารณาให้ออกอากาศรายการคนค้นฅน ตอน “หลายชีวิต เรียลลิตี้ ผ่าตัดแปลงเพศ”ในรูปแบบการนำเสนอเดิมอีกครั้งหนึ่งในครั้งต่อไป
สมาคมสตรีข้ามเพศฯ ยินดีที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาสังคมไทยให้เติบโตไปในทางที่ถูกต้องเหมาะสม และยินดีเข้าพบได้ทุกเมื่อ หากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติม หรือท่านสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ 02-717-5800 หรือ 089-488-2958 หรือเวปไซต์ www.tf101.com
จึงเรียนมาให้ท่านโปรดพิจารณาและขอความอนุเคราะห์ตรวจดูเทปรายการอีกครั้ง เพื่อยกเลิกการระงับ
การออกอากาศรายการคนค้นฅน ตอน “หลายชีวิต เรียลลิตี้ ผ่าตัดแปลงเพศ” เพื่อเป็นกำลังใจแก่คนทำงาน เพื่อเห็นแก่ความเป็นมนุษย์ ความเข้าใจ และความต้องการที่จะอยู่ร่วมกันอย่างศานติสุขของสังคม
ขอแสดงความนับถือ
(นายยลลดา สวนยศ)
นายกสมาคมสตรีข้ามเพศแห่งประเทศไทย
(นายไอศิกา วัฒนปรากรม)
อุปนายกสมาคมสตรีข้ามเพศแห่งประเทศไทย
(นายพิมพ์ณดา ขำวีระ)
เลขาธิการสมาคมสตรข้ามเพศแห่งประเทศไทย
